ชี้แจงภาพเด็กพิการวัย 14 ถูกขังในคอกไม้

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzE1LzM1Nzk5OTgvc2N2ZHhzLmpwZw==

แล้วจากกรณีที่มีคนแชร์เรื่องราวของเด็กชายวัย 14 ปีที่มีความพิการถูกขังไว้ในห้องเล็กๆคล้ายคอกสัตว์กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กับความห่วงใยและความปลอดภัยของเด็กค่ะ ล่าสุดที่ facebook แหม่มโพธิ์ดำเป็นการรายงานความคืบหน้าว่าในอำเภอเทพสถิตได้มีการลงพื้นที่ไปเยี่ยมติดตามไปที่บ้านของเด็กได้ร่วมกับรพ.สต. อบต.ห้วยยายจิ๋ว รักกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้พบน้องโจนัส อายุ 14 ปี ที่มีความพิการทางสติปัญญาและการเคลื่อนไหวที่ผ่านมานั้นเด็กได้รับความช่วยเหลือ จากหน่วยงานของจังหวัดและหน่วยงานของพื้นที่ของอำเภออย่างต่อเนื่องโดยตลอดญาติของเด็กมีความประสงค์จะส่งตัวเด็กไปที่บ้านพักเด็กที่กรุงเทพฯแต่ว่าเด็กตรวจโรคแล้วยังไม่ผ่านจึงได้รับการรักษาโรคที่โรงพยาบาลเทพสถิตในขณะนี้ยังรอผลตรวจเลือดอีกครั้งในวันที่ 25 กันยายนและถ้าผลตรวจสามารถรักษาใช้เวลา 6 เดือนค่ะ ในการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กยังอยู่ในความดูแลของลุงกับป้าที่มีอาชีพทำไร่ทำนาจึงไม่สามารถดูแลเด็กได้ ตลอดทั้งวันได้นำเด็กมาไว้ที่ห้องเพื่อความปลอดภัยของเด็กเองทางด้านผู้ปกครองได้หันมาดูแลในช่วงกลางวันตลอดเหตุที่ต้องนำเด็กมาไว้ที่ห้องเนื่องจากติดเครื่องหายออกจากบ้านในช่วงที่ไปทำไร่เมื่อกลับมาก็ต้องตามหาบัวเป็นอันตรายจึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำมาไว้ที่ห้องย่านไม่ได้ทอดทิ้งหรือทารุณในช่วงเย็นที่กลับมาจากไร่หญ้าดูแลโดยนำไปนอนด้วยกันที่บ้านทุกวันในตอนกลางวันจะมีเพื่อนบ้านและอาสาสมัครมาคอยดูแลให้อย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ

พระใช้รองเท้าตบที่ปากแมวจนเลือดอาบ

001-25

และในเวลาประมาณบ่าย 3 ของวันที่ 16 กันยายนที่วัดตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยองซึ่งเพื่อนก็แอบอัดคลิปวีดีโอถ่ายภาที่ทำร้ายแมวเป็นรูปที่มีพฤติกรรมดุร้ายเพื่อนก็เลยไม่กล้าจะตักเตือนไม่ว่าจะตบตีบีบคอแมวทุ่มลงกับพื้นแมวเลือดออกปากตอนนี้มีคนร้องไห้ไปดูแลพรุ่งนี้จะพาน้องริโอไปหาหมอ และแจ้งความฝากแชร์กันด้วยพระทำแบบนี้จะปราชิกหรือไม่ รักให้ตรงเก่าก็ได้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายที่ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นเข้ามาดูแลและให้มาจัดการกับพระรูปดังกล่าวล่าสุดทางด้านเพจแหม่มโพธิ์ดำ ก็ได้อัพเดทข้อมูลได้ระบุว่าสรุปแล้วเจ้าดิโอปลอดภัยดีมีแผลบริเวณหน้ากระดูกไม่หักไม่มีสัญญาณของอาการช้ำในและจ่ายค่ารักษาหมดแล้วขอให้น้องมีอนาคตใหม่กับคนที่รักน้องแนทส่วนกรมศาสนาก็ให้ช่วยตรวจสอบพระรูปนี้ด้วยว่ามีพฤติกรรมที่โหดร้ายรุนแรงไม่สมควรที่จะไปอีกต่อไปด้วยค่ะ

เหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มโลตัสกรุงเทพกรีฑา ผบช.น.รุดไปตรวจสอบแล้ว

ดาวน์โหลด (4)

และทางด้านตำรวจชุดตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบที่ตู้ atm ธนาคารกรุงเทพที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสบริเวณปากซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตสะพานสูงหลังจากที่ได้รับแจ้งว่าในช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีผู้ก่อเหตุบุกเข้าไประเบิดตู้เอทีเอ็มหวังที่จะชิงทรัพย์ค่ะ ผู้ที่ได้เห็นเหตุการณ์ก็ได้เราว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายคนหนึ่งที่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิกมาดูลาดลาวบริเวณตู้เอทีเอ็มหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงคล้ายกับระเบิดก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะนำกล่องเงินจากตู้ atm ใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์แล้วขี่ออกไปค่ะ เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจหาพยานหลักฐานอย่างละเอียดแต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ก่อเหตุได้เงินไปเท่าไหร่และจะใช้ระเบิดชนิดใดในการลงมือซึ่งในเวลาประมาณ 8.00 น. ทางด้านพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวรผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง

พายุลมแรงพัดต้นไม้โค่นทับบริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คำชะโนด

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjk0LzM0NzA2OTAvbmV3czA1LmpwZw==

ทางด้านเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำต้นชะโนดอายุกว่า 100 ปี กับความยาวเกือบๆ 100 เมตร เพื่อที่จะนำออกจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ทางทิศตะวันตก หลังจากที่ต้นชะโนดดังกล่าวนั้นได้ถูกพายุพัด หักออกเป็น 3 ท่อน โดยที่ท่อนแรกก็ได้หักพาดผ่านปากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มี ความยาวประมาณกว่า 20 เมตร และก็ยังทำให้เศียรพญานาคนั้นหัก 2 เศียร และตัวพญานาครอบๆที่อยู่ขอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็แตก ในส่วนท่อนชะโนดที่เหลือก็ประมาณเกือบ 40-50 เมตร หักจนล้มไปที่หลังคาอาศรมฤาษี จนกระเบื้องหลังคานั้นได้รับความเสียหาย และความยาวของต้นชะโนดก็เกือบไปพาดโดนบริเวณศาลปู่ศรีสุทโธ และนายพงษ์ศักดิ์ ศรีชนะ ที่เป็นกำนันตำบลบ้านม่วง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการคำชะโนด ก็ได้กล่าวว่า สำหรับต้นชะโนดที่ได้ถูกพายุพัดล้มในครั้งนี้ก็เป็นต้นชะโนดที่มีอายุกว่า 100 ปี และยังยืนต้นตายไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาด้วย แต่ก็ไม่มีใครที่จะกล้าตัดค่ะ และจะปล่อยให้ล้มเองทุกต้นด้วยเมื่อล้มแล้วนั้นจึงจะตัดออกได้ค่ะ ในส่วนการซ่อมแซมก็จะรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนโดยที่จะไม่ปิดเกาะคำชะโนดด้วยค่ะ

เปิดวงจรปิดเจอลูกจ้างเมียนมาร์กระทืบหมาจนตาย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjg1LzM0Mjk1NjIvbmV3czIwLmpwZw==

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพในขณะที่นายบี นามสมมุติซึ่งเขาเป็นลูกจ้างชาวเมียนมาร์ ได้ใช้เชือกมัดเจ้าซูโม่และร่างไปพร้อมทั้งใช้เชือกฟาดไปที่ลำตัวใช้เท้ากระทืบเตะเจ้าชู้มวลชนตายก่อนจะนำร่างของเจ้าซูโม่มาวางไว้ริมบ่อปลาและใช้น้ำมากจนเปียกก่อนแจ้งคนในบ้านว่าสุนัขตกน้ำตายในบ่อปลา แล้วนายนเรศซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขก็เลยบอกว่า ไม่เชื่อพระเจ้าซูโม่นั้นจะจมน้ำตายเองและสงสัยจึงได้เปิดกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ในบ้านก็ต้องพบภาพที่สะเทือนใจตามที่ได้ปรากฏได้เรียกลูกจ้างชาวเมียนมาร์มาถามในขณะนั้นเขาก็ปฏิเสธไม่ยอมรับสารภาพจึงตัดสินใจในหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจเชียงแสนตั้งให้ลูกจ้างชาวเมียนมาร์นั้นจะต้องจำนนกับหลักฐานแต่ก็ยังไม่ยอมปิดปากว่าเหตุใดเขาจึงทำร้ายสุนัขจนตายค่ะ และได้ถูกแจ้งข้อหาทำให้เสียหายทำลายทำให้เสื่อมค่า หรือว่าทำให้อะไรประโยชน์และทรัพย์ของผู้อื่นที่เป็นของเจ้าของรวมอยู่ด้วยกับการกระทำที่เป็นการทารกการทารุณกรรมสัตว์โดยที่ไม่มีเหตุอันควรค่ะ และเจ้าซูโม่ก็เป็นสุนัขพันธุ์อิงลิชบูลด็อกเพศผู้เลี้ยงคู่กับเจ้าโชกุนเพศเมียที่เจ้าของซื้อมาในราคาตัวละ 42000 บาทนำไปเลี้ยงไว้ที่บ้านอายุได้ 1 ปี 6 เดือนในวันเกิดเหตุทุกคนออกไปทำธุระนอกบ้านเหลือแต่แม่บ้านและชายลูกจ้างชาวเมียนมาร์ค่ะ

ญาติของ ผอ.อ้อย นำร่างทรงทำพิธีตามหาตัวแต่ยังไม่พบ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjU5LzMyOTc1MzAvbmV3czEzLmpwZw==

และสำหรับความคืบหน้าในกรณีที่ทางด้านนางสาวจุฑาพร อายุ 37 ปีซึ่งเป็นผู้อำนวยการกองการศึกษา อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เธอได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดนั้นที่อ่างเก็บน้ำพานเสือตอนล่าง ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี นายโชคชัย สายแก้ว ซึ่งเป็นนายกอบต.เสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมกับญาติพี่น้องของนางสาวจุฑาภรได้ประสานงานกับเจ้าที่เพื่อขออนุญาตนำร่างทรงเข้าไปประกอบพิธีบริเวณอ่างเก็บน้ำพานเสือตอนล่างบริเวณใกล้กับถังทหารแห่งหนึ่งค่ะ และตามหาร่างของผอ.อ้อย ร่างทรงได้ทำพิธีเข้าทรงปรากฏว่าร่างทรงและร้องไห้คร่ำครวญคล้ายกับวิญญาณของผอ.อ้อยเข้าสิงได้แจ้งกับญาติพี่น้องว่าหนาวมาก และขอให้ช่วยนำตัวกลับบ้านเมื่อญาติ ได้ถามว่าขณะนี้อยู่ที่ใดร่างได้บอกว่าอยู่ในน้ำเป็นปล่องน้ำไหลขอให้นำตัวกลับบ้านและชี้มือไปทางทิศตะวันออก หลังจากนั้นร่างทรงก็ได้สงบญาติของ ผอ.อ้อย กระเดินค้นหาตามลำห้วยผึ้งและในป่าข้างลำห้วยพึ่งผ่านไปนานกว่า 5 ชั่วโมงก็ไม่พบร่องรอยของร่าง ทางบ้านนายโชคชัยได้กล่าวว่าในขณะนี้ญาติของผอ.อ้อยได้พยายามทุกอย่างเพื่อจะตามหาร่างตนในฐานะที่เป็นนายกอบตต้องการสนับสนุนในการตามหาอย่างเต็มที่ถึงแม้ว่าวันนี้จะยังไม่พบร่างแต่ว่าตนกับญาติพี่น้องก็จะช่วยกันค้นหาจนกว่าจะพบร่างค่ะ Doo Dump

สามีของ ผอ. อบต.บุกตรวจสอบศพนิรนามที่ลาว หลังเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้า

804783-01

จากท่ากรณีนางสาวจุฑาพร ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษได้หายตัวไปในช่วงที่ผ่านมา จนล่าสุดมีความคืบหน้าล่าสุด เมื่อสามีของผู้ ผอ. อบต.ชำ ได้นำญาติเข้าดูศพนิรนาม ซึ่งเป็นศพหญิงนิรนาม ที่ชายแดนลาว แต่กลับประสบปัญหาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจฝั่งเพื่อนบ้านประเทศลาว ไม่ยอมให้เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ เพิ่งเลิกงานดังกล่าวนั้นพบศพนิรนามที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี โดยสามีของนางสาวจุฑาพร พร้อมด้วยญาติและพี่น้อง แล้วเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้พากันเดินบุกป่าเป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เข้าไปยังบริเวณ พลาญตอกเลข เพื่อไปตรวจพิสูจน์ว่าศพหญิงนิรนามคนดังกล่าวที่ถูกห่อด้วยพลาสติกใช่แฟนสาวของตนหรือไม่ซึ่งได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่ในบ้านของประเทศลาวนั้นเป็นศพญาติของตนหรือไม่แต่อย่างใดก็ตามการ เข้าไปตรวจสอบกลับถูกขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านนั่นคือประเทศลาวนั่นเองซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยพันตำรวจเอกประเสริฐศักดิ์ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวนภูธรจังหวัดศรีสะเกษได้รถเข้าที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐานอีกครั้งซึ่งในที่เกิดเหตุพบรองเท้ายางจำนวน 1 ค่าซึ่งถูกเผาห่างจากจุดที่เกิดเหตุและพบถุงมือยาวประมาณ 1 กม. อีกด้วยอย่างไรก็ตามส่วนความคืบหน้าเราจะรายงานให้ทราบต่อไป

เมียเก่าขอคืนดีผัวไม่ได้เทน้ำมันราดเผาบาท

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzU5OS8yOTk2MDk0L25ld3MwNy5qcGc=

ในวันที่ 2 สิงหาคมทางด้านเจ้าหน้าที่วิทยาการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานีพร้อมกับทหารและหน่วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมใจอุทัยธานี ได้มีการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานีเป็นบ้านปูนชั้นเดียวโมเดิร์นตรวจสอบภายในบ้านพบเตียงนอนตู้เสื้อผ้าโทรทัศน์เครื่องครัวเครื่องเสียงถูกไฟไหม้เสียหายซึ่งไฟได้ลุกลามไปหม้ายที่สายไฟนอกจากนี้ยังพบเศษไม้เปียกน้ำมันโซล่าอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยค่ะ ทางด้านนายเสวียน อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของบ้านก็ได้ให้การว่าก่อนหน้านี้เขาเคยอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กับภรรยานั่นก็คือนางสาววันเพ็ญอายุ 36 ปีและมีลูกด้วยกัน 1 คนต่อมาได้เลิกรากับภรรยาไปประมาณ 1 เดือนแต่ว่านางสาววันเพ็ญก็ยังคงวนเวียนมาหาตนเป็นประจำได้ชักชวนให้ไปอยู่ที่บ้านเขานางสาววันเพ็ญแปลว่าตนก็ไม่ยอมได้สร้างความไม่พอใจให้กับนางสาววันเพ็ญค่ะ ก่อนเกิดเหตุนั้นนางสาววันเพ็ญได้มหาและชักชวนให้ตนไปอยู่ด้วยเหมือนเคยอ้างว่า ซื้อที่นอนใหม่ซึ่งตนก็ปฏิเสธบอกว่าเลิกกันแล้วจะซื้อมาทำไมได้สร้างความไม่พอใจกับอดีตภรรยาที่ได้ทะเลาะมีปากเสียงกัน และต่อมาจึงได้หลบไปอยู่ที่บ้านญาติใกล้เคียงก่อนจะได้ยินเสียงพระอยากตะโกนตามหลังว่าถ้าไม่ไปอยู่ด้วยกันจะเผาบ้านเพียงเวลาไม่นานก็ไม่ยากยิ่งมาตามบอกตนว่าไฟไหม้ตัวเองไร้ญาติจึงรีบกลับบ้านช่วยกันดับไฟประมาณ 30 นาทีเพิ่งจะได้สงบซึ่งเชื่อว่านางสาววันเพ็ญเป็นต้นเหตุตามที่ได้ครูไว้ว่าจะเผาบ้านของตนค่ะ

สิบตำรวจตรีหญิงโพสต์เตือนภัยถูกกลุ่มคนคล้ายตำรวจมาเคาะห้องยามวิกาล

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzUxMS8yNTU5OTA2L2RzZGYuanBn

ในวันที่ 26 มิถุนายนทางด้านผู้ใช้เฟสบุ๊กท่านหนึ่งที่เป็นตำรวจหญิงได้โพสต์ภาพเตือนภัยคลิกของกล้องวงจรปิดกลุ่มชายแต่งกายคล้ายกับตำรวจที่ได้พาคุณขึ้นมาเคาะห้องในช่วงกลางดึกเป็นช่วงตี 3 ค่ะ ซึ่งเริ่มแรกนั้นมีผู้หญิงออกจากห้องข้างๆมาเคาะประตูตะโกนให้เลื่อนรถที่จอดไว้ ซึ่งตนเองนั้นไม่มีรถและยังรบเร้าให้เปิดประตูห้องจากนั้นก็มีเสียงผู้หญิงใครทำมาก่อนว่าเราเองไงต่อประตูให้ที แลเมื่อได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ามีชายแต่งกายคล้ายกับตำรวจในลักษณะเหมือนซุ่มรอแต่ว่าถึงบ้านเจ้าของห้องรู้ทันจึงไม่เปิดประตูเพราะหวั่นว่าจะไม่เกิดความไม่ปลอดภัยและทอมคนดังกล่าวก็ยังรบเร้าให้เปิดประตูนานพอสมควรจนเดินไปรวมกลุ่มและคุยกันสักพักก็พากันลงไป เบื้องต้นนั้นได้สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นตำรวจปลอมตัวแขวงมาเป็นมิจฉาชีพเพื่อมาของเหตุ และอาจจะเป็นตำรวจมาปฏิบัติหน้าที่จับกลุ่มแต่อาจจะเข้าผิดห้องเมื่อได้สอบถามรปภของคอนโดก็ได้รายงานว่าเหตุการณ์ปกติซึ่งขัดกับภาพที่เห็นในกล้องวงจรปิดค่ะ ล่าสุดนั้นผู้เสียหายได้ตรวจสอบกับสถานีตำรวจวังทองหลางและลาดพร้าวก็ไม่มีตำรวจที่สังกัดอยู่มาปฏิบัติงานแต่อย่างไรจึงได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานค่ะ

บุกค้าสถานบริการย่านลาดพร้าวของเด็กพบเด็กต่ำกว่า 18 ปีค้าประเวณี

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQ5Ny8yNDg2MDc4L25ld3MwNy5qcGc=

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าได้นำกำลังตำรวจกองปราบปรามการค้ามนุษย์ตำรวจ 191 และตำรวจท่องเที่ยวได้นำหมายค้นตรวจสถานบริการอาบอบนวด v2 ย่านลาดพร้าวหลังพบมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีถูกหลอกจากจังหวัดนครราชสีมาให้มาค้าประเวณีในสถานบริการแห่งนี้ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีล่อซื้อก่อนที่จะเข้าจับกุม  รายการตรวจค้นเป็นผลมาจากต้นเดือนมิถุนายนทางด้านมูลนิธิประวีณาได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีว่าลูกสาวได้สาวจากบ้านจึงเรียกตรวจสอบพบเด็กหญิงคนนี้ได้มีการไปค้าประเวณีใน facebook อัมวาราบีและได้ช่วยเหลือเด็กได้ 4 คน ที่จังหวัดนครราชสีมานอกจากนี้ยังรอซื้อเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่เป็นผู้ขายบริการอีก 2 คนพร้อมกับเจ้าของเพจอัมวาราบีเป็นเด็กหญิงอายุ 15 ปีที่ทำหน้าที่เป็นแม่เราผ่านทาง social media ค่ะ ทางด้านเจ้าที่ได้ผลว่าในเครือข่ายเพจนี้จะมีแม่เราชื่อปูทำหน้าที่เป็นแม่เล้าในกลุ่มและได้ส่งลูกสาวของตัวเองมาค้าประเวณีที่สถานบริการ v2 ตำรวจได้มีการวางแผน ช่วยเด็กหญิงซึ่งเป็นลูกสาวของแม่เราโดยจับคนเชียร์แขก 1 คนและแจ้งข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์เป็นธุระจัดหาเพื่อค้าประเวณี  และสำหรับคดีนี้น่าสนใจเมื่อตำรวจได้มีการออกจับออกหมายจับนักการเมืองท้องถิ่นในระดับของนายกอบต ปลัด กำนัน ของจังหวัดนครราชสีมา 3 คนและหญิงสาวได้ให้การว่าไม่ยินยอมทำให้เป็นการเข้าขายข่มขืนค่ะ