อุตุนิยมออกมาเตือนพายุไคตั๊กจะส่งผลต่อภาคใต้ถึง 25 ธันวาคมนี้

กับข้อมูลของการประกาศฉบับที่ระบุว่าทางด้านหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังจากพายุดีเปรสชั่นไคตั๊กที่และปกคลุมชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของประเทศมาเลเซียซึ่งคาดว่าในช่วงวันที่ 24-25 ธันวาคมจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศมาเลเซียและแหลมมลายูก่อนจะสลายตัวตามลำดับค่ะ และสำหรับลักษณะแบบนี้จึงทำให้ภาคใต้ตอนล่างน้ำมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นตกหนักในบางพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง สตูล ซึ่งขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างนั้นต้องระวังอันตรายกับภาวะฝนตกและมีฝนตกสะสมทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากและประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกก็ระวังคลื่นลมแรงจะพัดเข้าหาฝั่งด้วยค่ะ และบริเวณความกดอากาศต่ำสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้ปกคลุมประเทศไทยตอนล่างและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลงทำให้บริเวณดังกล่าวรวมทั้งกรุงเทพฯปริมณฑลนั้นจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นแต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นมีหมอกบางในบางพื้นที่ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงด้วยค่ะ

ปิดฉากแล้วถนนสายดนตรีหลังชาวโซเชียลบอกว่าไม่ปลอดภัย

และหลังจากที่มีการเปิดตัวโครงการขับขี่ปลอดภัยกับถนนดนตรีในวันนี้ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นทางหลวงชนบทเพชรบูรณ์เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและสร้างความฮือฮาให้กับไอเดียที่บรรเจิดนี้แต่ล่าสุดถนนดนตรีดังกล่าวจะต้องยุติโครงการถูกรื้อออกเรียบร้อยแล้วค่ะ ทางด้านนายกล้าหาญ ทารักษาซึ่งเป็นผู้อำนวยการทางหลวงชนบทเพชรบูรณ์จะมีการนำเจ้าหน้าที่ไปหรือขูดลูกระนาดเรือนริมถนนทางหลวงชนบทเรียนบ้านวังบาลอำเภอหล่มเก่าจังหวัดเพชรบูรณ์กับระยะทางประมาณ 500 เมตร ออกไปค่ะ และนายกล้าหาญได้ชี้แจงถึงเหตุผลว่าเนื่องจากชาวโซเชียลได้แสดงความเห็นทักว่าถนนเส้นนี้ใช้ประโยชน์หลายอย่างมีรถประจำท้องถิ่นลดท่องเที่ยวขณะเดียวกันก็มีรถที่วิ่งช้าและต้องใช้อะไรทำด้วยการท่องเที่ยวมาจอดทดลองมีโอกาสจะเกิดอันตรายได้มากขึ้นอย่างแน่นอนในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูของนักท่องเที่ยวที่จะมีรถนักท่องเที่ยวมากมายจนไม่สามารถควบคุมได้และบางคนที่มาจอดเพื่อถ่ายรูปเซลฟี่ก็จะทำให้เกิดอันตรายเกิดขึ้นได้เลยค่ะ สำหรับวัตถุประสงค์ของเราเป็นการทดลองว่ามีเสียงดนตรีหรือไม่ทั้งยังเตือนป้องกันคนขับหลับในนอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ว่าเมื่ออยู่ชิดกับขอบทางมากจนเกินไปจึงเห็นด้วยเพื่อความปลอดภัยจึงตัดสินใจหรือออกดีกว่าพร้อมทั้งยังมีเสียงสนับสนุนให้เดินหน้าทำต่อแต่เมื่อเสียงส่วนน้อยให้เหตุผลที่ดีและหนักแน่นเราก็ต้องรับฟังซึ่งโครงการนี้ยังมีการพัฒนาต่อไปของทางทีมวิจัยถ้าหากได้ยินผลก็กำลังจะมองว่าสามารถจดสิทธิบัตรได้หรือไม่ด้วยค่ะ

ชาวนครศรีธรรมราชฝ่าสายฝนวางดอกไม้จันทร์ที่พระเมรุมาศจำลอง

ในวันที่ 26 ตุลาคมหลังจากที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เปิดให้ประชาชนได้วางดอกไม้จันทร์เว้นหน้าพระเมรุมาศจำลองสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราชตั้งแต่เวลา 9 นาฬิกาปรากฏว่ามีประชาชนที่เดินทางมาเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมากและในช่วงเวลา 11.00 -11.30 นาทีก็ได้เกิดฝนตกหนักลงมาอย่างหนักแต่ว่าประชาชนทุกเพศทุกวัย ที่ได้เข้าแถวรออยู่ก็มีประชาชนได้เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมากอยู่นอกเต็นท์ก็ไม่ยอมหลบสายฝนเลยค่ะ แม้ว่าบางคนจะอุ้มลูกน้อยมาด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความอาลัยครั้งสุดท้ายด้วยการถวายดอกไม้จันทน์บริเวณหน้าพระเมรุมาศจำลองและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรค่ะ และผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและมีการปรับแผนใหม่โดยเพิ่มจำนวนการรับดอกไม้จันทร์จากเดิมที่เข้าแถวถวายดอกไม้จันทน์ในครั้งละ 10 คนเป็นครั้งละ 40 คนและส่งผลให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้จำนวนมากขึ้นและได้ใช้เวลารวดเร็วขึ้นเนื่องจากต้องการให้ผู้ที่มาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์นั้นครบทุกคนเลยค่ะ

ผกก.อุบลรัตน์ออกมาแจงคลิป ตร.ทะเลาะกับชาวบ้านในบ้านเป็นเรื่องส่วนตัว

แล้วจากกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คได้มีการโพสต์คลิปวีดีโอเป็นชายแต่งกายชุดครึ่งท่อนคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ทะเลาะวิวาทกับชายหญิงกลุ่มหนึ่งเพราะปัญหาเรื่องการจำนองบ้านในวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมาทางด้านศูนย์เฝ้าระวังและการติดตามการเคลื่อนไหวทางสื่อสังคมออนไลน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการตรวจสอบเบื้องต้น เหตุเกิดในท้องที่ของสถานีตำรวจอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่นจึงได้มีการประสานไปยังสถานีตำรวจอุบลรัตน์ค่ะ ทางด้านพันตำรวจเอกยุทธกรวงเวียนซึ่งเป็นผู้กำกับสถานีตำรวจว่าเป็นตำรวจยศดาบตำรวจสังกัดสถานีตำรวจบราซิลมีความขัดแย้งในเรื่องการสมองบ้างกับกลุ่มบุคคลที่ปรากฏในคลิป โดยที่ดาบตำรวจเป็นผู้รับจำนองบ้านแต่เกิดผิดสัญญากับคู่กรณีจนกระทั่งเกิดการฟ้องร้องกระทบกระทั่งกันหลายครั้งแล้ว ในกรณีนี้ก็ถือเป็นเหตุส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายอย่างไรก็ตามในส่วนของตำรวจและดำเนินคดีกับทั้งสองในข้อหาทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายจนเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

จำนนกับหลักฐานพนักงานขนสัมภาระรื้อกระเป๋าผู้โดยสาร

และในวันที่ 12 ตุลาคมผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่า กับกรณีที่โลกออนไลน์ที่มีการแชร์คลิปของผู้ใช้ facebook ท่านหนึ่งที่ได้มีการโพสต์คลิปวีดีโอขณะที่ทางด้านพนักงานของสายการบิน 1 กำลังการรื้อค้นกระเป๋าของผู้โดยสารที่โหลดใต้เครื่อง เป็นใครจะเห็นได้ว่ามีการรื้อฟื้นอยู่นานไม่ว่าจะเป็นการเปิดซิปดูทุกช่องกระเป๋าโดยระบุข้อความว่าเสริมเสียขยะวงการบิน 3ไม่เกี่ยวกับสายการบินเป็นพนักงานของเอาซอสแชร์เป็นอุทาหรณ์อย่านำของมีค่าไว้ในกระเป๋าแล้วโหลดลงใต้ท้องอากาศยานเด็ดขาด ลาล่าสุดมีความคืบหน้าระบุว่าเจ้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้วเป็นชายงานขนย้ายสัมภาระที่ไม่เกี่ยวกับสายการบินทำงานประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดภูเก็ตเจ้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายอับดุลเลาะ อายุ 27 ปี และของกลางเป็นลำโพงบลูทูธค่ะ และนายอับดุลเลาะเขาก็ยอมจำนนกับหลักฐานคลิปภาพหลักฐานที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์และยอมรับว่าก่อเหตุดังกล่าวจึงก่อนจะนำเอาลำโพงบลูทูธของกลางนำมาคืนให้กับเจ้าหน้าที่ห้องบริการประชาชนด้วยวันเกิดเหตุได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่หลุมจอด 15 ก่อเหตุระหว่างกำลังลำเลียงสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน เบื้องต้นนั้นเจ้าที่ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยานก่อนจะควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปค่ะ

นักข่าวโทรแจ้งเหตุสดๆกลางรายการที่สถานีตำรวจท่าเรือแต่ไม่มีใครรับ

และทางด้านนักข่าวได้มีการโทรจะโทรแจ้งเหตุที่สถานีท่าเรือกลางรายการทีวีหลังจากที่ชายอันธพาลในชุมชนเขตคลองเตยได้ก่อกวนที่หน้าร้านขายอีกครั้งแต่กลับไม่มีผู้รับสายในขณะที่ชาวบ้านก็จะต้องอดทนอยู่ให้ได้ค่ะ ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในหาดที่ผู้ดำเนินรายการข่าวเวิร์คพอยท์ได้รายงานข่าวกรณีที่ร้านค้าในชุมชนแฟลตคลองเตย ได้ร้องเรียนว่ามีชายคนหนึ่งคือนายศราวุธหรือว่าวุฒิ ไม่ทราบนามสกุลอายุประมาณ 40 ปีเขาชอบมีพฤติกรรมชอบของคุณรีดแถวร้านค้ามีนิสัยอันธพาลทำให้คนในชุมชนต่างวัดรวมกับพฤติกรรมดังกล่าวค่ะ บ้านในขณะที่กำลังรายงานข่าวปรากฏว่ามีผู้เสียหายหรือแจ้งข้อมูลกับทางรายการว่าในช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 ชายคนดังกล่าวได้มาป้วนเปี้ยนก่อกวนแถวหน้าร้านอีกครั้งและยังไม่ไปไหนซึ่งทางแม่ค้าต่างหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้ายเมื่อโทรแจ้งเจ้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจท่าเรือกลับไม่มีผู้รับสายเลย และจากนั้นผู้ดำเนินรายการโทรศัพท์หาตำรวจรายการสดๆผลก็คือไม่มีใครรับโทรศัพท์ตามในคลิปเลยค่ะ

ชี้แจงภาพเด็กพิการวัย 14 ถูกขังในคอกไม้

แล้วจากกรณีที่มีคนแชร์เรื่องราวของเด็กชายวัย 14 ปีที่มีความพิการถูกขังไว้ในห้องเล็กๆคล้ายคอกสัตว์กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กับความห่วงใยและความปลอดภัยของเด็กค่ะ ล่าสุดที่ facebook แหม่มโพธิ์ดำเป็นการรายงานความคืบหน้าว่าในอำเภอเทพสถิตได้มีการลงพื้นที่ไปเยี่ยมติดตามไปที่บ้านของเด็กได้ร่วมกับรพ.สต. อบต.ห้วยยายจิ๋ว รักกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้พบน้องโจนัส อายุ 14 ปี ที่มีความพิการทางสติปัญญาและการเคลื่อนไหวที่ผ่านมานั้นเด็กได้รับความช่วยเหลือ จากหน่วยงานของจังหวัดและหน่วยงานของพื้นที่ของอำเภออย่างต่อเนื่องโดยตลอดญาติของเด็กมีความประสงค์จะส่งตัวเด็กไปที่บ้านพักเด็กที่กรุงเทพฯแต่ว่าเด็กตรวจโรคแล้วยังไม่ผ่านจึงได้รับการรักษาโรคที่โรงพยาบาลเทพสถิตในขณะนี้ยังรอผลตรวจเลือดอีกครั้งในวันที่ 25 กันยายนและถ้าผลตรวจสามารถรักษาใช้เวลา 6 เดือนค่ะ ในการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กยังอยู่ในความดูแลของลุงกับป้าที่มีอาชีพทำไร่ทำนาจึงไม่สามารถดูแลเด็กได้ ตลอดทั้งวันได้นำเด็กมาไว้ที่ห้องเพื่อความปลอดภัยของเด็กเองทางด้านผู้ปกครองได้หันมาดูแลในช่วงกลางวันตลอดเหตุที่ต้องนำเด็กมาไว้ที่ห้องเนื่องจากติดเครื่องหายออกจากบ้านในช่วงที่ไปทำไร่เมื่อกลับมาก็ต้องตามหาบัวเป็นอันตรายจึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำมาไว้ที่ห้องย่านไม่ได้ทอดทิ้งหรือทารุณในช่วงเย็นที่กลับมาจากไร่หญ้าดูแลโดยนำไปนอนด้วยกันที่บ้านทุกวันในตอนกลางวันจะมีเพื่อนบ้านและอาสาสมัครมาคอยดูแลให้อย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ

พระใช้รองเท้าตบที่ปากแมวจนเลือดอาบ

และในเวลาประมาณบ่าย 3 ของวันที่ 16 กันยายนที่วัดตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยองซึ่งเพื่อนก็แอบอัดคลิปวีดีโอถ่ายภาที่ทำร้ายแมวเป็นรูปที่มีพฤติกรรมดุร้ายเพื่อนก็เลยไม่กล้าจะตักเตือนไม่ว่าจะตบตีบีบคอแมวทุ่มลงกับพื้นแมวเลือดออกปากตอนนี้มีคนร้องไห้ไปดูแลพรุ่งนี้จะพาน้องริโอไปหาหมอ และแจ้งความฝากแชร์กันด้วยพระทำแบบนี้จะปราชิกหรือไม่ รักให้ตรงเก่าก็ได้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายที่ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นเข้ามาดูแลและให้มาจัดการกับพระรูปดังกล่าวล่าสุดทางด้านเพจแหม่มโพธิ์ดำ ก็ได้อัพเดทข้อมูลได้ระบุว่าสรุปแล้วเจ้าดิโอปลอดภัยดีมีแผลบริเวณหน้ากระดูกไม่หักไม่มีสัญญาณของอาการช้ำในและจ่ายค่ารักษาหมดแล้วขอให้น้องมีอนาคตใหม่กับคนที่รักน้องแนทส่วนกรมศาสนาก็ให้ช่วยตรวจสอบพระรูปนี้ด้วยว่ามีพฤติกรรมที่โหดร้ายรุนแรงไม่สมควรที่จะไปอีกต่อไปด้วยค่ะ

เหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มโลตัสกรุงเทพกรีฑา ผบช.น.รุดไปตรวจสอบแล้ว

และทางด้านตำรวจชุดตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบที่ตู้ atm ธนาคารกรุงเทพที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสบริเวณปากซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตสะพานสูงหลังจากที่ได้รับแจ้งว่าในช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีผู้ก่อเหตุบุกเข้าไประเบิดตู้เอทีเอ็มหวังที่จะชิงทรัพย์ค่ะ ผู้ที่ได้เห็นเหตุการณ์ก็ได้เราว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายคนหนึ่งที่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิกมาดูลาดลาวบริเวณตู้เอทีเอ็มหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงคล้ายกับระเบิดก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะนำกล่องเงินจากตู้ atm ใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์แล้วขี่ออกไปค่ะ เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจหาพยานหลักฐานอย่างละเอียดแต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ก่อเหตุได้เงินไปเท่าไหร่และจะใช้ระเบิดชนิดใดในการลงมือซึ่งในเวลาประมาณ 8.00 น. ทางด้านพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวรผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง

พายุลมแรงพัดต้นไม้โค่นทับบริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คำชะโนด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำต้นชะโนดอายุกว่า 100 ปี กับความยาวเกือบๆ 100 เมตร เพื่อที่จะนำออกจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ทางทิศตะวันตก หลังจากที่ต้นชะโนดดังกล่าวนั้นได้ถูกพายุพัด หักออกเป็น 3 ท่อน โดยที่ท่อนแรกก็ได้หักพาดผ่านปากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มี ความยาวประมาณกว่า 20 เมตร และก็ยังทำให้เศียรพญานาคนั้นหัก 2 เศียร และตัวพญานาครอบๆที่อยู่ขอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็แตก ในส่วนท่อนชะโนดที่เหลือก็ประมาณเกือบ 40-50 เมตร หักจนล้มไปที่หลังคาอาศรมฤาษี จนกระเบื้องหลังคานั้นได้รับความเสียหาย และความยาวของต้นชะโนดก็เกือบไปพาดโดนบริเวณศาลปู่ศรีสุทโธ และนายพงษ์ศักดิ์ ศรีชนะ ที่เป็นกำนันตำบลบ้านม่วง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการคำชะโนด ก็ได้กล่าวว่า Read More …