ชี้แจงภาพเด็กพิการวัย 14 ถูกขังในคอกไม้

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzE1LzM1Nzk5OTgvc2N2ZHhzLmpwZw==

แล้วจากกรณีที่มีคนแชร์เรื่องราวของเด็กชายวัย 14 ปีที่มีความพิการถูกขังไว้ในห้องเล็กๆคล้ายคอกสัตว์กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กับความห่วงใยและความปลอดภัยของเด็กค่ะ ล่าสุดที่ facebook แหม่มโพธิ์ดำเป็นการรายงานความคืบหน้าว่าในอำเภอเทพสถิตได้มีการลงพื้นที่ไปเยี่ยมติดตามไปที่บ้านของเด็กได้ร่วมกับรพ.สต. อบต.ห้วยยายจิ๋ว รักกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้พบน้องโจนัส อายุ 14 ปี ที่มีความพิการทางสติปัญญาและการเคลื่อนไหวที่ผ่านมานั้นเด็กได้รับความช่วยเหลือ จากหน่วยงานของจังหวัดและหน่วยงานของพื้นที่ของอำเภออย่างต่อเนื่องโดยตลอดญาติของเด็กมีความประสงค์จะส่งตัวเด็กไปที่บ้านพักเด็กที่กรุงเทพฯแต่ว่าเด็กตรวจโรคแล้วยังไม่ผ่านจึงได้รับการรักษาโรคที่โรงพยาบาลเทพสถิตในขณะนี้ยังรอผลตรวจเลือดอีกครั้งในวันที่ 25 กันยายนและถ้าผลตรวจสามารถรักษาใช้เวลา 6 เดือนค่ะ ในการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กยังอยู่ในความดูแลของลุงกับป้าที่มีอาชีพทำไร่ทำนาจึงไม่สามารถดูแลเด็กได้ ตลอดทั้งวันได้นำเด็กมาไว้ที่ห้องเพื่อความปลอดภัยของเด็กเองทางด้านผู้ปกครองได้หันมาดูแลในช่วงกลางวันตลอดเหตุที่ต้องนำเด็กมาไว้ที่ห้องเนื่องจากติดเครื่องหายออกจากบ้านในช่วงที่ไปทำไร่เมื่อกลับมาก็ต้องตามหาบัวเป็นอันตรายจึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำมาไว้ที่ห้องย่านไม่ได้ทอดทิ้งหรือทารุณในช่วงเย็นที่กลับมาจากไร่หญ้าดูแลโดยนำไปนอนด้วยกันที่บ้านทุกวันในตอนกลางวันจะมีเพื่อนบ้านและอาสาสมัครมาคอยดูแลให้อย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ

พระใช้รองเท้าตบที่ปากแมวจนเลือดอาบ

001-25

และในเวลาประมาณบ่าย 3 ของวันที่ 16 กันยายนที่วัดตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยองซึ่งเพื่อนก็แอบอัดคลิปวีดีโอถ่ายภาที่ทำร้ายแมวเป็นรูปที่มีพฤติกรรมดุร้ายเพื่อนก็เลยไม่กล้าจะตักเตือนไม่ว่าจะตบตีบีบคอแมวทุ่มลงกับพื้นแมวเลือดออกปากตอนนี้มีคนร้องไห้ไปดูแลพรุ่งนี้จะพาน้องริโอไปหาหมอ และแจ้งความฝากแชร์กันด้วยพระทำแบบนี้จะปราชิกหรือไม่ รักให้ตรงเก่าก็ได้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายที่ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นเข้ามาดูแลและให้มาจัดการกับพระรูปดังกล่าวล่าสุดทางด้านเพจแหม่มโพธิ์ดำ ก็ได้อัพเดทข้อมูลได้ระบุว่าสรุปแล้วเจ้าดิโอปลอดภัยดีมีแผลบริเวณหน้ากระดูกไม่หักไม่มีสัญญาณของอาการช้ำในและจ่ายค่ารักษาหมดแล้วขอให้น้องมีอนาคตใหม่กับคนที่รักน้องแนทส่วนกรมศาสนาก็ให้ช่วยตรวจสอบพระรูปนี้ด้วยว่ามีพฤติกรรมที่โหดร้ายรุนแรงไม่สมควรที่จะไปอีกต่อไปด้วยค่ะ

เหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มโลตัสกรุงเทพกรีฑา ผบช.น.รุดไปตรวจสอบแล้ว

ดาวน์โหลด (4)

และทางด้านตำรวจชุดตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบที่ตู้ atm ธนาคารกรุงเทพที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสบริเวณปากซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตสะพานสูงหลังจากที่ได้รับแจ้งว่าในช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีผู้ก่อเหตุบุกเข้าไประเบิดตู้เอทีเอ็มหวังที่จะชิงทรัพย์ค่ะ ผู้ที่ได้เห็นเหตุการณ์ก็ได้เราว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายคนหนึ่งที่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิกมาดูลาดลาวบริเวณตู้เอทีเอ็มหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงคล้ายกับระเบิดก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะนำกล่องเงินจากตู้ atm ใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์แล้วขี่ออกไปค่ะ เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจหาพยานหลักฐานอย่างละเอียดแต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ก่อเหตุได้เงินไปเท่าไหร่และจะใช้ระเบิดชนิดใดในการลงมือซึ่งในเวลาประมาณ 8.00 น. ทางด้านพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวรผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง

พายุลมแรงพัดต้นไม้โค่นทับบริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คำชะโนด

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjk0LzM0NzA2OTAvbmV3czA1LmpwZw==

ทางด้านเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำต้นชะโนดอายุกว่า 100 ปี กับความยาวเกือบๆ 100 เมตร เพื่อที่จะนำออกจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ทางทิศตะวันตก หลังจากที่ต้นชะโนดดังกล่าวนั้นได้ถูกพายุพัด หักออกเป็น 3 ท่อน โดยที่ท่อนแรกก็ได้หักพาดผ่านปากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มี ความยาวประมาณกว่า 20 เมตร และก็ยังทำให้เศียรพญานาคนั้นหัก 2 เศียร และตัวพญานาครอบๆที่อยู่ขอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็แตก ในส่วนท่อนชะโนดที่เหลือก็ประมาณเกือบ 40-50 เมตร หักจนล้มไปที่หลังคาอาศรมฤาษี จนกระเบื้องหลังคานั้นได้รับความเสียหาย และความยาวของต้นชะโนดก็เกือบไปพาดโดนบริเวณศาลปู่ศรีสุทโธ และนายพงษ์ศักดิ์ ศรีชนะ ที่เป็นกำนันตำบลบ้านม่วง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการคำชะโนด ก็ได้กล่าวว่า สำหรับต้นชะโนดที่ได้ถูกพายุพัดล้มในครั้งนี้ก็เป็นต้นชะโนดที่มีอายุกว่า 100 ปี และยังยืนต้นตายไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาด้วย แต่ก็ไม่มีใครที่จะกล้าตัดค่ะ และจะปล่อยให้ล้มเองทุกต้นด้วยเมื่อล้มแล้วนั้นจึงจะตัดออกได้ค่ะ ในส่วนการซ่อมแซมก็จะรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนโดยที่จะไม่ปิดเกาะคำชะโนดด้วยค่ะ

เปิดวงจรปิดเจอลูกจ้างเมียนมาร์กระทืบหมาจนตาย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjg1LzM0Mjk1NjIvbmV3czIwLmpwZw==

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพในขณะที่นายบี นามสมมุติซึ่งเขาเป็นลูกจ้างชาวเมียนมาร์ ได้ใช้เชือกมัดเจ้าซูโม่และร่างไปพร้อมทั้งใช้เชือกฟาดไปที่ลำตัวใช้เท้ากระทืบเตะเจ้าชู้มวลชนตายก่อนจะนำร่างของเจ้าซูโม่มาวางไว้ริมบ่อปลาและใช้น้ำมากจนเปียกก่อนแจ้งคนในบ้านว่าสุนัขตกน้ำตายในบ่อปลา แล้วนายนเรศซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขก็เลยบอกว่า ไม่เชื่อพระเจ้าซูโม่นั้นจะจมน้ำตายเองและสงสัยจึงได้เปิดกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ในบ้านก็ต้องพบภาพที่สะเทือนใจตามที่ได้ปรากฏได้เรียกลูกจ้างชาวเมียนมาร์มาถามในขณะนั้นเขาก็ปฏิเสธไม่ยอมรับสารภาพจึงตัดสินใจในหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจเชียงแสนตั้งให้ลูกจ้างชาวเมียนมาร์นั้นจะต้องจำนนกับหลักฐานแต่ก็ยังไม่ยอมปิดปากว่าเหตุใดเขาจึงทำร้ายสุนัขจนตายค่ะ และได้ถูกแจ้งข้อหาทำให้เสียหายทำลายทำให้เสื่อมค่า หรือว่าทำให้อะไรประโยชน์และทรัพย์ของผู้อื่นที่เป็นของเจ้าของรวมอยู่ด้วยกับการกระทำที่เป็นการทารกการทารุณกรรมสัตว์โดยที่ไม่มีเหตุอันควรค่ะ และเจ้าซูโม่ก็เป็นสุนัขพันธุ์อิงลิชบูลด็อกเพศผู้เลี้ยงคู่กับเจ้าโชกุนเพศเมียที่เจ้าของซื้อมาในราคาตัวละ 42000 บาทนำไปเลี้ยงไว้ที่บ้านอายุได้ 1 ปี 6 เดือนในวันเกิดเหตุทุกคนออกไปทำธุระนอกบ้านเหลือแต่แม่บ้านและชายลูกจ้างชาวเมียนมาร์ค่ะ

หญิงสาวทะเลาะกับสามี ร้องไห้นอนที่กลางถนน สุดท้ายแล้วถูกรถชนทับดับสยอง

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjYwLzMzMDQ3ODIvYzEuanBn

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานที่ว่า ได้เกิดเหตุชายหญิงคู่หนึ่งที่คล้ายว่าจะทะเลาะและมีปากเสียงกัน ก่อนที่ฝ่ายหญิงนั้นจะร้องไห้และลงรถไปนอนอยู่ที่กลางถนนไม่ยอมลุก จนฝ่ายชายเข้าไปฉุดดึงให้ลุกขึ้นและพยายามที่จะพาตัวออกมาก็ไม่ยอมค่ะ สุดท้ายแล้วได้ถูกรถตู้วิ่งชนทับร่างจนฝ่ายหญิงนั้นเสียชีวิต ฝ่ายชายเองก็ได้รับบาดเจ็บ โดยที่เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นตอนกลางคืนของวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น บนถนนสายหนึ่งของอำเภอเหอซือ เมืองไท่ซิ่ง มณฑลเจียงซู ผู้ที่ได้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่า หญิงรายดังกล่าวนั้นก็ลงจากรถไปนอนอยู่ที่กลางถนน พร้อมกับร้องไห้บอกว่าเสียใจจนไม่อยากอยู่แล้ว และจะให้รถนั้นทับตายไปซะ ในขณะที่ฝ่ายชายนั้นก็รีบลงจากรถเพื่อเข้าไปพยายามฉุดดึงเธอให้ลุกขึ้นมา แต่ว่าฝ่ายหญิงนั้นก็ไม่ยอมซ้ำยังร้องไห้เสียงดังกว่าเดิมด้วย จนกลายเป็นเป้าสายตากับผู้คนในบริเวณนั้นไม่น้อย จนกระทั่งมีรถเก๋งคันหนึ่งได้วิ่งมาด้วยความเร็ว จนพุ่งเข้าหาทั้งคู่แต่ว่าคนขับนั้นได้หักหลบได้ทัน แต่ว่ารถตู้อีกคันที่วิ่งตามหลังมานั้นหลบไม่ทันพุ่งชนทั้งคู่อย่างจัง โดยที่ฝ่ายหญิงที่นอนอยู่บนถนนได้ถูกเหยียบทับร่างติดใต้ท้องรถ ส่วนฝ่ายชายที่ยืนพยายามฉุดดึงฝ่ายหญิงอยู่ก็ถูกชนร่างปลิวลอยไปไกลประมาณ 10 เมตร รายงานได้ระบุอีกว่า หลังจากเกิดเหตุก็มีผู้คนถลาเข้าไปช่วยกันดันยกรถตู้ขึ้น แล้วได้ช่วยหญิงรายดังกล่าวออกมา ก่อนที่จะเร่งนำตัวทั้งคู่นั้นไปส่งโรงพยาบาล แต่ว่าไม่สามารถช่วยชีวิตฝ่ายหญิงได้เลย จากการตรวจสอบได้ทราบว่า ทั้งคู่นั้นอายุราวๆ 40 ปี เป็นสามีภรรยากัน และมีลูกกันสาว 3 คน ในส่วนสาเหตุที่หญิงรายดังกล่าวที่ได้ร้องไห้เสียใจจนได้ลงจากรถไปนอนที่กลางถนนและก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวรายงานยังไม่ได้ระบุสาเหตุแน่ชัดเลยค่ะ

ญาติของ ผอ.อ้อย นำร่างทรงทำพิธีตามหาตัวแต่ยังไม่พบ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjU5LzMyOTc1MzAvbmV3czEzLmpwZw==

และสำหรับความคืบหน้าในกรณีที่ทางด้านนางสาวจุฑาพร อายุ 37 ปีซึ่งเป็นผู้อำนวยการกองการศึกษา อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เธอได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดนั้นที่อ่างเก็บน้ำพานเสือตอนล่าง ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี นายโชคชัย สายแก้ว ซึ่งเป็นนายกอบต.เสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมกับญาติพี่น้องของนางสาวจุฑาภรได้ประสานงานกับเจ้าที่เพื่อขออนุญาตนำร่างทรงเข้าไปประกอบพิธีบริเวณอ่างเก็บน้ำพานเสือตอนล่างบริเวณใกล้กับถังทหารแห่งหนึ่งค่ะ และตามหาร่างของผอ.อ้อย ร่างทรงได้ทำพิธีเข้าทรงปรากฏว่าร่างทรงและร้องไห้คร่ำครวญคล้ายกับวิญญาณของผอ.อ้อยเข้าสิงได้แจ้งกับญาติพี่น้องว่าหนาวมาก และขอให้ช่วยนำตัวกลับบ้านเมื่อญาติ ได้ถามว่าขณะนี้อยู่ที่ใดร่างได้บอกว่าอยู่ในน้ำเป็นปล่องน้ำไหลขอให้นำตัวกลับบ้านและชี้มือไปทางทิศตะวันออก หลังจากนั้นร่างทรงก็ได้สงบญาติของ ผอ.อ้อย กระเดินค้นหาตามลำห้วยผึ้งและในป่าข้างลำห้วยพึ่งผ่านไปนานกว่า 5 ชั่วโมงก็ไม่พบร่องรอยของร่าง ทางบ้านนายโชคชัยได้กล่าวว่าในขณะนี้ญาติของผอ.อ้อยได้พยายามทุกอย่างเพื่อจะตามหาร่างตนในฐานะที่เป็นนายกอบตต้องการสนับสนุนในการตามหาอย่างเต็มที่ถึงแม้ว่าวันนี้จะยังไม่พบร่างแต่ว่าตนกับญาติพี่น้องก็จะช่วยกันค้นหาจนกว่าจะพบร่างค่ะ Doo Dump

ตำรวจจีนจับขัง 10 วันหนุ่มฉีดสเปรย์พริกไทยที่สถานีรถไฟใต้ดิน

ดาวน์โหลด

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าในช่วงเย็นข่าววันที่ 20 สิงหาคมได้เกิดเหตุชุลมุนบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินอู่ฮั่น สาย 2 ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจกระเป๋าสัมภาระของคู่รักชาวจีนคู่หนึ่งก็ได้พบกับสเปรย์พริกไทยจึงได้ให้หยุดพร้อมกับอธิบายว่า สเปรย์พริกไทยนั้นไม่สามารถนำขึ้นขบวนรถได้แต่ฝ่ายชายกลับไม่พอใจยืนยันจะเอาขึ้นรถจนเกิดการโต้เถียงขึ้นมาค่ะ จนกระทั่งชายคนดังกล่าวด้วยคว้าสเปรย์พริกไทยฉีกกลิ่นฟุ้งไปทั่วบริเวณทางออกผู้โดยสารคนอื่นที่อยู่บริเวณเกือบร้อยคนธาตุน้ำแตกไอจามและวิ่งหนีกันชุลมุนเลยค่ะ และหลังจากเกิดเหตุทางด้านเจ้าหน้าที่ได้หยุดสเปรย์พริกไทยไว้และได้อพยพผู้โดยสารที่เหลือในขณะที่ได้มีการจัดการดูดระบายกลิ่นละอองสเปรย์พริกไทยออกจากสถานการณ์เพื่อที่จะให้กลับมาเป็นปกติในอีก 20 นาทีต่อมาและชายผู้ก่อเหตุได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้เป็นเวลา 10 วันคะ

ทหารจีนและอินเดียทะเลาะวิวาทปาก้อนหินเศษหินตามแนวชายแดนหิมาลัย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjQ4LzMyNDM0NzAvYzEuanBn

ทางด้านสื่อของประเทศอินเดียได้มีการรายงานและเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบริเวณทะเลสาบปันกองใกล้กับเขตลาดักบนเทือกเขาหิมาลัยซึ่งเป็นเพื่อนที่ข้อพิพาทพรมแดนระหว่างจีนและอินเดียซึ่งเมื่อกองกำลังทหารทั้งสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากันและปะทะกันแต่ไม่ได้ใช้อาวุธหนักเพียงการตะลุมบอนและขว้างปาก้อนหินใส่ จนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปจากพื้นที่ในเวลาต่อมานั่นเองค่ะและสำนักข่าว indian ได้มีการรายงานว่าโฆษกของกระทรวงการต่างประเทศอินเดียยืนยันเหตุการณ์ปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมากับการสะท้านในครั้งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลให้เกิดประโยชน์หรือว่าผลดีกับทั้งสองฝ่ายเลย กับสาเหตุของการปะทะเนื่องจากกองกำลังทหารตามแนวชายแดนของอินเดียใครอยากที่จะป้องกันและสกัดกั้นกลุ่มทหารจีน ในการเข้าสู่ดินแดนของอินเดียในเขตลาดักซ์ที่อยู่ใกล้กับทะเลสาบปันกองค่ะ และในวันที่ 21 สิงหาคมโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้กล่าวว่าสิ่งที่ทางบ้านอินเดียได้ทำผิดข้อตกลงเพื่อรักษาสันติภาพบนพื้นที่พรมแดนของทั้งสองประเทศพม่าสถานการณ์ตึงเครียดทางประเทศจีนนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์นี้ได้มีการยืนประท้วงการกระทำดังกล่าวของอินเดียอย่างรุนแรงค่ะ

สามีของ ผอ. อบต.บุกตรวจสอบศพนิรนามที่ลาว หลังเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้า

804783-01

จากท่ากรณีนางสาวจุฑาพร ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษได้หายตัวไปในช่วงที่ผ่านมา จนล่าสุดมีความคืบหน้าล่าสุด เมื่อสามีของผู้ ผอ. อบต.ชำ ได้นำญาติเข้าดูศพนิรนาม ซึ่งเป็นศพหญิงนิรนาม ที่ชายแดนลาว แต่กลับประสบปัญหาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจฝั่งเพื่อนบ้านประเทศลาว ไม่ยอมให้เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ เพิ่งเลิกงานดังกล่าวนั้นพบศพนิรนามที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี โดยสามีของนางสาวจุฑาพร พร้อมด้วยญาติและพี่น้อง แล้วเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้พากันเดินบุกป่าเป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เข้าไปยังบริเวณ พลาญตอกเลข เพื่อไปตรวจพิสูจน์ว่าศพหญิงนิรนามคนดังกล่าวที่ถูกห่อด้วยพลาสติกใช่แฟนสาวของตนหรือไม่ซึ่งได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่ในบ้านของประเทศลาวนั้นเป็นศพญาติของตนหรือไม่แต่อย่างใดก็ตามการ เข้าไปตรวจสอบกลับถูกขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านนั่นคือประเทศลาวนั่นเองซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยพันตำรวจเอกประเสริฐศักดิ์ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวนภูธรจังหวัดศรีสะเกษได้รถเข้าที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐานอีกครั้งซึ่งในที่เกิดเหตุพบรองเท้ายางจำนวน 1 ค่าซึ่งถูกเผาห่างจากจุดที่เกิดเหตุและพบถุงมือยาวประมาณ 1 กม. อีกด้วยอย่างไรก็ตามส่วนความคืบหน้าเราจะรายงานให้ทราบต่อไป